"ป๋อ" กดดันเล่นหนัง "พุ่มพวง" เผยอาถรรพ์ทำหลายปีไร้ตัวแสดง ยันปีหน้าแต่ง “เอ๋” ชัวร์!

โดย  ASTVผู้จัดการออนไลน์
3 ก.ย. 2553
"ป๋อ" เผยอาถรรพ์หนัง “พุ่มพวง” ทำหลายปีไม่มีตัวแสดง ต้องจุดธูปขอราชินีลูกทุ่งถึงมาลงตัวที่ตน แจงตอนแรกบอกปฏิเสธเพราะไม่มีคิว รับกดดันเหตุเป็นหนังของศิลปินชื่อดังของไทย โต้ถูกปลด “ขุนศึก” เจอ “อั้ม” เสียบแทน พร้อมปัดแย่งบทเด่นใน “พันท้ายนรสิงห์” จาก “ป๊อบ ฐากูร” จนเกิดเหตุเกาเหลา ยันปีหน้าจูง “เอ๋” วิวาห์ชัวร์
      
       ตั้งแต่ย้ายมาอยู่ช่อง 3 ดูเหมือนงานจะชุกมากเป็นพิเศษ และหยิบจับทำอะไรก็มักตกเป็นกระแสไปซะหมด สำหรับพระเอกผิวเข้ม “ป๋อ ณัฐวุฒิ สกิดใจ" ที่ล่าสุดได้โดดลงเล่นภาพยนตร์เรื่อง “The Moon” ของค่ายสหมงคลฟิล์มฯ โดยรับบทเป็น "ธีระพล แสนสุข" ซึ่งเป็นนักดนตรีประจำวงของ "ไวพจน์ เพชรสุพรรณ" ที่มีความสนิทสนมกับราชินีลูกทุ่ง “พุ่มพวง ดวงจันทร์” และเคยให้คำสัญญากับ “พุ่มพวง” ว่าจะทำความฝันของเธอในการที่จะเป็นนักร้องให้ได้ สำหรับการสวมบทบาทเป็นบุคคลที่เคยมีตัวตนจริงนั้น หนุ่ม "ป๋อ" เผยว่า
      
       "จริงๆ หนังเรื่องนี้คุยกันมานานแล้ว และผมขอถอนตัวด้วยซ้ำเพราะไม่มีเวลา แต่ผมอยากเล่นมาก เพราะภาพยนตร์เรื่องนี้มีความมหัศจรรย์หลายอย่าง ทำมาหลายปีไม่มีตัวแสดงเลยจนต้องจุดธูปบอกคุณพุ่มพวง หลังจากนั้นบอกคุณพุ่มพวงอย่างเดียวไม่ได้ ต้องจุดธูปบอกคุณธีระพลตัวละครที่ผมแสดงด้วย เพราะท่านก็ได้เสียชีวิตไปแล้ว เลยหานักแสดงแล้วบอกตกลงกันเป็นป๋อ ณัฐวุฒิ ซึ่งเรื่องคิวตอนนี้บริหารเวลาว่าลงตัวกันแล้วเลยบวงสรวงถ่ายทำได้"
      
       "ที่ตอนแรกขอถอนตัวเพราะคิวแน่นมาก ตอนนี้เราทำงานไม่ได้เน้นปริมาณแต่เน้นคุณภาพ เพราะฉะนั้นเราต้องให้เวลากับตัวเองต้องพักด้วย จะไม่พยายามทำทุกวันโดยที่มามัวคิดแต่เรื่องอะไร เพราะเราทำงานศิลปะ ตอนนี้เวลามันสามารถจัดสรรได้ลงตัว และทางทีมงานก็บอกว่าเขาไม่เปลี่ยน ยังไงเขาก็ไม่เปลี่ยน เราก็บอกเปลี่ยนไหมล่ะ เปลี่ยนก็ไม่โกรธเดี๋ยวไว้เรื่องหน้าก็ได้ แต่เขาบอกไม่เปลี่ยน เราก็เอา....ไม่เปลี่ยนก็ไม่เปลี่ยน เราเห็นความตั้งใจและลึกๆ ก็อยากเล่นมาก เพราะฉะนั้นในเมื่อคนสองคนคิดเหมือนกันเราก็สามารถรักกันได้"
      
       "กดดันไหม แน่นอนครับ เพราะเรื่องนี้เกี่ยวกับคุณพุ่มพวงซึ่งเป็นศิลปินระดับประเทศของไทย เราก็คนไทย และผมคิดว่ามันถึงเวลาหรือยังที่เราจะมาเสพอะไรที่มันเป็นไทยๆ ดูบ้าง เราฟังเพลงฮิพฮอพเกาหลีมาเยอะแล้ว ซึ่งเชื่อว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะเคล้าคลอเสียงเพลงการชมภาพยนตร์ ไปตลอดการเดินทางที่เราเห็นชีวิตสาวบ้านนอกคนหนึ่ง จนมาถึงปัจจุบันในช่วงที่เขาประสบความสำเร็จที่สุด ในช่วงนั้นเขาจะเดินทางมากับเรา พาพ่อแม่ไปดูได้อิ่มเอิบแน่ คนทุกรุ่นต้องรู้จักกันว่าเพลงเหล่านี้มีคุณค่ามากน้อยขนาดไหน"
      
       ปัดโดนปลดออกละคร “ขุนศึก” และทางทีวีซีนเอา “อั้ม อธิชาติ ชุมนานนท์” มาเสียบแทน พร้อมโต้แย่งบทเด่นใน “พันท้ายนรสิงห์” มาจากพระเอกรุ่นน้อง "ป๊อบ ฐากูร การทิพย์"
      
       "เรื่องขุนศึกยังไม่รู้เลยครับว่าใครจะได้เล่น ยังไม่ได้สรุปยังไม่ได้วางตัวเลย จริงๆ อาจจะเป็นอั้มก็ได้ คืออันนี้ยังไม่ทราบแม้กระทั่งตัวพี่ปิ่น (ณัฏฐนันท์ ฉวีวงษ์) เอง พี่ปิ่นก็ยังทำละครหลายเรื่องอยู่ แต่เชื่อว่าขุนศึกน่าจะเป็นละครฟอร์มยักษ์ของทีวีซีนอย่างแน่นอน ซึ่งหลายๆ คนก็อยากเล่น ผมก็อยากเล่น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราก็ต้องดูช่วงเวลา"
      
       "แต่ถ้าถึงเวลาแล้วผมไม่ได้เล่นก็ไม่ได้เสียใจอะไร ใครเล่นผมก็ดีใจแทน ใครเล่นก็น่าจะมีความสุข ใครเล่นก็น่าจะได้ทำงานที่ดี แต่ไม่ว่าเป็นผมหรือจะเป็นโฬม (พัชฏะ นามปาน) ก็ได้ ผมว่าเหมาะทั้งนั้น โฬมก็เหมาะ แต่ยังไม่ได้สรุป แต่ถ้าเป็นพี่ป๋อก็จะบอก แต่ตอนนี้ไม่กล้าลุ้นอะไรเลย เพราะยังไม่มีอะไรที่ถ่ายเสร็จเลย"
      
       "ส่วนเรื่อง พันท้ายนรสิงห์ มันเป็นเรื่องของแคสติ้งครับ จริงๆ แล้วไม่ใช่น้องป๊อบคนเดียว เขาก็แคสกันหลายคนเรื่อยๆ จนมีข่าวออกมาว่าน่าจะเป็นน้องป๊อบ ซึ่งอันนั้นผมก็ยังไม่ทราบ จนผมมาเจอน้องในงานบวงสรวงซึ่งน้องเขาก็เล่นด้วย ก็อาจจะเป็นเรื่องของการคัดเลือกช่วงอายุด้วยหรือเปล่า ก็ไม่ทราบเหมือนกันครับ ต้องถามทางโน้น แต่พอได้คุยก็ไม่มีปัญหาอะไรกัน"
      
       "ถ้าบอกว่าผมเด่นไม่หรอกครับ ผมว่าบทนี้ยากนะ บท พันท้ายนรสิงห์ ยากมาก คือทุกคนอยากเล่นแต่ก็กลัวที่จะต้องเล่น แม้กระทั่งผมเองแต่ก็อยากเล่นและก็กลัวที่จะเล่น คือมันไม่ใช่ว่าอยู่ๆ มารับบทเด่น เราต้องเด่นแน่เลย มันไม่ใช่นะครับ มันดับได้เหมือนกันถ้าเราไม่ดี มันมีเสียงวิจารณ์มาเยอะ เพราะฉะนั้นผมบอกว่าการที่เราได้รับเลือกแล้ว และเราตัดสินใจเล่นก็ต้องไปข้างหน้า ส่วนเรื่องการคัดเลือกมันเป็นยังไงมันก็เป็นธรรมดาของวงการบันเทิงอยู่แล้ว มันไม่มีใครไปแย่งซีนใครหรอก"
      
       ยันปีหน้าจูงแฟนสาว “เอ๋ พรทิพย์ วงศ์กิจจานนท์" วิวาห์แน่นอน หวั่นแต่งช้ากว่านี้ถ้ามีลูกชายจะมีความหวานกลายเป็นเพศตรงข้ามไปซะ
      
       "งานแต่งงานคิดตลอดเวลา เพราะยังไงก็ต้องแต่ง สักพักหนึ่งของปีหน้าแล้วกันครับ ไม่ต้องกลัว....ผมแต่งแน่ได้ไปกันแน่ครับ ยืนยันน่าจะเป็นปีหน้า น่าจะไม่เลื่อนแล้ว เพราะพี่เอก (สรพงษ์ ชาตรี) บอกแล้วว่า ถ้าอายุมากๆ แล้วเวลามีลูก ลูกจะมีความเป็นผู้หญิงสูง ถ้าเป็นผู้ชายก็จะมีความเป็นหวานๆ ถ้าเป็นผู้หญิงก็จะเป็นผู้หญิงไป ผมเครียดอยู่แต่ไม่ได้เครียดว่าอะไรนะ ถ้าลูกเป็นจะได้วางแผนได้ถูก ให้ไปเรียนทำผมแต่งหน้าไปเลย ผมชอบคนประเภทนี้เพราะเก่ง ก็ให้ไปสายแฟชั่นเลย ถ้าผมมีลูกแบบนี้จะให้ไปทำผมเลย"
ขอบคุณข่าวจาก
ASTVผู้จัดการออนไลน์