ยอดใช้ไฟ ม.ค. พุ่ง 21.01% สะท้อน ศก.ฟื้นตัว-อากาศร้อนเร็วขึ้น

โดย  ASTVผู้จัดการออนไลน์
3 ก.พ. 2553
กฟผ.เผยยอดใช้ไฟเดือน ม.ค. พุ่งขึ้น 21.01% ส่งสัญญาณ ศก.ไทยฟื้นตัว ขณะที่ภาวะอากาศที่ร้อนเร็วก็มีผลด้วย โดยเตรียมแผนสำรองการขยายตัวการใช้ไฟฟ้าเอาไว้ที่ "จีดีพี" โตในระดับ 3.5% พร้อมแสดงความเป็นห่วงการใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า
      
       นายสุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวถึงสถานการณ์การใช้ไฟฟ้าปี 2553 โดยระบุว่า กฟผ.ได้สรุปปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้าในเดือนมกราคม 2553 มีจำนวนเท่ากับ 12,281 ล้านหน่วย ซึ่งเมื่อเทียบกับเดือนมกราคม 2552 ปรับตัวสูงขึ้น 2,132 ล้านหน่วยหรือคิดเป็น 21.01% เป็นผลมาจากแนวโน้มเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง และกระจายตัวในแต่ละภาคเศรษฐกิจมากขึ้น นอกจากนี้ ด้านสภาพอากาศโดยทั่วไปในเดือนมกราคม 2553 ก็มีอุณหภูมิเฉลี่ยสูงกว่าในปีที่ผ่านมาอีกด้วย
      
       นายสุทัศน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หากปีนี้ประเทศไทยมีการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP) ประมาณ 3.5% ตามที่รัฐบาลได้คาดการณ์ไว้ ระบบไฟฟ้าของประเทศจะสามารถรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจได้อย่างพอเพียง
      
       อย่างไรก็ตาม ระบบไฟฟ้าของประเทศยังคงมีปัจจัยความเสี่ยงจากการที่ใช้เชื้อเพลิงก๊าซ ธรรมชาติในสัดส่วนที่สูงถึง 70% และในปีนี้ปริมาณน้ำในเขื่อนของ กฟผ.อยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างน้อย หากมีเหตุการณ์ฉุกเฉินเกิดขึ้นอาจไม่สามารถเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าช่วยเสริม ระบบได้อย่างเต็มที่
      
       สำหรับสรุปปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้าปี 2552 ที่ผ่านมารวมทั้งสิ้นจำนวน 145,233 ล้านหน่วย เมื่อเปรียบเทียบกับ ปี 2551 ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเพียง 5.5 ล้านหน่วย หรือคิดเป็น 0.004% สาเหตุหลักมาจากวิกฤติเศรษฐกิจโลกในช่วงครึ่งปีแรกที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ไทยทุกภาคส่วน
      
       อย่างไรก็ตาม จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลทำให้ครึ่งปีหลังสภาวะเศรษฐกิจของประเทศ เริ่มฟื้นตัวขึ้น โดยสะท้อนจากการใช้พลังงานไฟฟ้าที่เริ่มเป็นบวก ในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2552 ต่อเนื่องมาถึงเดือนแรกของปี 2553 และคาดการณ์ว่าปี 2553 พลังงานไฟฟ้าผลิตและซื้อ เพิ่มขึ้น 4.72 %, พลังงานไฟฟ้าสูงสุด เพิ่มขึ้น 5.21%
ขอบคุณข่าวจาก
ASTVผู้จัดการออนไลน์