ข่าวล่าสุด
|
ไม่พบ "คราบน้ำมัน" จากเรือจมทะเลภูเก็ตแล้ว - การกู้เรือยังทำไม่ได้โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
30 ส.ค. 2553
นายภูริพัฒน์ ธีระกุลพิสศุทธิ์ หัวหน้าสำนักงานขนส่งทางน้ำที่ 5 สาขาภูเก็ต กล่าวภายหลังร่วมเดินทางไปสำรวจจุดที่เกิดเหตุเรือโชคถาวร 6 ซึ่งเป็นเรือบรรทุกน้ำมันถูกคลื่นซัดจนจมทะเลที่บริเวณระหว่างเกาะเฮ และเกาะราชา อ.เมือง จ.ภูเก็ต ว่า จากการเดินทางไปกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่งที่ 5 จ.ภูเก็ต ทัพเรือภาคที่ 3 ตำรวจน้ำ ชุดปฏิบัติการใต้น้ำ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.ภูเก็ต และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุเรืออับปาง ปรากฏว่า บริเวณที่เกิดเหตุมีเรือเฝ้าอยู่ 1 ลำ และรอบๆบริเวณที่เรือจมไม่พบความน้ำมันแล้ว และไม่มีร่องรอยของน้ำมันรั่วไหล ทำให้ขณะนี้ปัญหาของคราบน้ำหมดไป อย่างไรก็ตาม ในการเดินทางไปครั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างน้ำบริเวณที่เกิดเหตุ เพื่อนำมาตรวจสอบคุณภาพด้วย แต่เชื่อว่าเหตุกการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ไม่น่าจะมีผลกระทบต่อสิ่งแวด ล้อม เนื่องจากคราบน้ำมันที่พบนั้นมีการสลายทั่วอย่างรอดเร็ว นายภูมิพัฒน์กล่าวต่อไปถึงการกู้เรือลำที่เกิดเหตุกว่า การกู้เรือโชคถาวร 6 นั้นคงจะต้องรอให้คลื่นลมสงบ เนื่องจากขณะนี้ในฝั่งทะเลอันดามันยังคงมีคลื่นลมแรง แต่อย่างไรก็ตามการกู้เรือเชื่อว่าทำได้ไม่ยากนักเนื่องจากเรือไม่ได้จมถึง พื้นทราย รอเพียงให้สภาพอากาศดีขึ้นเท่านั้น ขณะที่ นายประมวล หนวดงาม เจ้าของเรือลำที่เกิดเหตุ กล่าวว่า การกู้เรือต้องรอให้คลื่นลมสงบ เนื่องจากขณะนี้คลื่นลมยังแรงอยู่ ส่วนน้ำมันที่เหลืออยู่ในเรือคาดว่าน่าจะอยู่ที่ประมาณ 25,000 ลิตร เนื่องจากก่อนที่เรือจะจมเรือโชคถาวร 8 ดูดน้ำมันออกมาได้แล้วประมาณ 15,000 ลิตร ด้าน นายวรรณเกียรติ ทับทิมแสง ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเล และป่าชายเลน กล่าวว่า เหตุการณ์เรือบรรทุกน้ำมันอับปางไม่พบคราบน้ำมันรั่วไหลเพิ่มเติมและได้ ระเหยไปแล้ว ซึ่งจากการประเมินเชื่อว่าส่งผลกระทบต่อทรัพยากรสิ่งแวดล้อมน้อยมาก แต่ก็ได้ส่งเจ้าหน้าที่ทำการจัดเก็บตัวอย่างน้ำบริเวณที่เกิดเหตุและพื้นที่ ใกล้เคียง เพื่อนำมาตรวจสอบหาค่าสารไฮโดรคาร์บอนว่าจะเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตหรือ ระบบนิเวศน์ใต้น้ำมากน้อยเพียงใด “ในส่วนตัวเรือที่จมใต้ทะเล คาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสิ่งมีชีวิตเหนือผิวดินใต้น้ำ เพราะว่าตัวเรือจมลงใต้ผิวน้ำประมาณ 10 เมตรเท่านั้น ไม่ได้จมจนถึงพื้น เนื่องจาก น้ำมันมีน้ำหนักเบากว่าน้ำทำให้เรือยังลอยตัวอยู่ได้ ซึ่งจะทำให้ง่ายต่อการกู้เรือ โดยขณะนี้ได้เร่งรัดเจ้าของเรือให้เร่งรัดทำการกู้เรือให้เร็วที่สุด” ผอ.สถาบันวิจัย กล่าวว่า บริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่มีแนวปะการัง โดยที่เกาะราชาประมาณ 600 ไร่ ที่เกาะไม้ท่อนประมาณ 400 ไร่ นอกจากนี้มีสัตว์น้ำประเภทหอยมือเสือ เมื่อวานนี้กังวลว่ากระแสน้ำอาจจะพัดไปทางเกาะพีพี ซึ่งอาจจะกระทบกับปะการังในพื้นที่ดังกล่าวได้ แต่ข้อมูลเมื่อเช้าวันนี้น้ำมันได้ระเหยไป จึงส่งผลกระทบในทะเลน้อย ส่วนมาตรการป้องกันคงต้องขอความร่วมมือผู้ประกอบการ ได้มีความระมัดระวังในการเดินเรือบรรทุกสิ่งของ เนื่องจากเส้นทางเดินเรือจุดดังกล่าวมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ และก่อนหน้านี้เคยมีเรือบรรทุกปูนซีเมนต์จม ขณะกำลังลำเลียงปูนไปยังเกาะราชาแล้วครั้งหนึ่ง ขอบคุณข่าวจาก ASTVผู้จัดการออนไลน์ |