สอจร.ร่วม ศวปถ.จัดสัมมนารวมพลังเครือข่ายภาคใต้สู่ความปลอดภัยบนถนน

โดย  ASTVผู้จัดการออนไลน์
26 ส.ค. 2553
ศูนย์ข่าวภูเก็ต - คณะทำงานสนับสนุนการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขอุบัติเหตุจราจรทางถนนในระดับ จังหวัด หรือ สอจร. ของภาคใต้ จัดงานสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “พลังเครือข่ายภาคใต้ สู่ทศวรรษความปลอดภัยบนท้องถนน : ESAN's Partnership for Decade of Action for Road Safety”
      
ที่โรงแรมเมโทรโพล อ.เมือง จ.ภูเก็ต คณะทำงานสนับสนุนการดำเนินการงานป้องกันและแก้ไขอุบัติเหตุจราจรทางถนนใน ระดับจังหวัด (สอ.จร.) ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดสัมมนาเรื่อง “พลังเครือข่ายภาคใต้สู่ทศวรรษความปลอดภัยบนถนน” เพื่อใช้เป็นเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานด้านป้องกันอุบัติเหตุของแต่ ละจังหวัดในภาคใต้พร้อมนำเสนอผลการปฏิบัติงานเด่นของแต่ละจังหวัด รวมทั้งการนำเสนอเทคนิคความรู้สำหรับการสร้างถนนปลอดภัยโดยสถาบันการศึกษา และภาคเอกชน โดยมีนายตรี อัครเดชา รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในพิธีเปิด
      
       โดย นายตรีกล่าวว่า ภาคีเครือข่ายป้องกันอุบัติเหตุของจังหวัดภูเก็ตและภาคใต้ทั้งหมด ล้วนทำงานอย่างทุ่มเทมาโดยตลอดทั้งที่เป็นเรื่องท้าทาย เพราะต้องทำให้ได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ตามที่รัฐบาลกำหนดเป็นวาระแห่งชาติ และปรากฏอยู่ในแผนแม่บทความปลอดภัยทางถนน ปี 2552-2555 สอดคล้องกับปฏิญญามอสโก ขององค์การอนามัยโลก ที่กำหนดให้ทุกประเทศทั่วโลกลดผู้เสียชีวิตลงครึ่งหนึ่งในระยะเวลา 4 ปี ที่ภูเก็ตพบว่าทุกคนมีความมุ่งมั่นในการทำงานเป็นอย่างมากทำให้จังหวัด ภูเก็ตมีอัตราการเกิดอุบัติเหตุ ผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตลดลง
      
       ด้าน นายแพทย์วิวัฒน์ ศีตมโนชญ์ รองสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงเหตุผลการป้องกันอุบัติเหตุทางถนนที่ต้องเร่งปฏิบัติในประเทศไทย 1 ใน 5 ของประชาชาติ GDP ซึ่งมีผลต่อการพัฒนา ปท. มีอัตราการตายทางถนนอยู่ในอันดับต้นๆ ของ ASEAN 2.3 แสนล้านบาท GDP ร้อยละ 3 คณะรมต. มี 2552-2555 กำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ สอดคล้องกับปฏิญญามอสโควที่ทุกประเทศทั่วโลกผลักดันการแก้ปัญหา ให้มีการทำ 2554-2563 ลดครึ่งหนึ่งในระยะ 10 ปี Time of Action ปี 2552-2555 มีสาระสำคัญเรื่อง ระบบที่เอื้อต่อความปลอดภัย วัฒนธรรมความปลอดภัย การเปลี่ยนแปลงด้านบริหารจัดการเป็นจัดการหลายๆ ระดับร่วมกัน ชาติ จังหวัด พื้นที่ ร่วมระหว่างรัฐเอกชน ภาคประชาสังคมและท้องถิ่นที่ตอ้งทำจริงจังต่อเนื่อง 6 ด้าน คือ ปรับให้เป็นนโยบายเร่งด่วนระดับชาติ จัดทำแผนนิติบัญญัติ สร้างระบบความปลอดภัยทางถนนให้ยั่งยืน มีการปรับปรุงถนนส่วนกลาง ถ.ส่วนภูมิภาคและท้องถิ่น 6 การวิจัยและพัฒนา
      
       ขณะที่ ดร.ปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล มูลนิธิไทยโรดส์ และ ดร.นุกูล สุขสุวรรณ์ จากสำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และทรัพยากร มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้นำเสนอผลการวิจัย “สะท้อนสถานการณ์อุบัติเหตุภาคใต้” ซึ่งจากการศึกษาพบว่า แนวโน้มการเกิดอุบัติเหตุตั้งแต่ปี 2540-2552 มีอุบัติเหตุและผู้เสียชีวิตลดลง แต่ยังต้องทำงานต่อไปเพราะอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น แม้จำนวนครั้งการเกิดจะน้อยลง
      
       กลุ่มเสี่ยงที่มีปัญหามากที่สุด คือ กลุ่มวัยรุ่น ตามอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุพบว่า วัยรุ่นอายุ 15-24 ปี สูงสุด ภาคใต้มีอัตราการเสียชีวิตต่อประชากร 1 แสนคน มีแนวโน้มใกล้กับค่าเฉลี่ยของทั้งประเทศตรง 19 (18.9) คนต่อ 1 แสนประชากร แต่มีข้อจำกัดในปริมาณประชากรของแต่ละพื้นที่ ในระดับนานาชาติใช้ตัวแปร GDP มาเทียบกับอัตราการเสียชีวิต ถ้า GDP มากอัตราการเสียชีวิตมาก เป็นผลกระทบ ทำให้เห็นว่าที่ไหนมีการจับตัวสูง 48.3 ถือว่าของภาคใต้สูงเมื่อเทียบกับภาคอื่นๆ (ภาคเหนือ/ภาคอีสาน) พังงา ระนอง กระบี่ ตรัง
      
       ผลการศึกษาถึงพฤติกรรมเสี่ยงของภาคใต้ พบว่า ด้านการขับรถเร็ว ภาคใต้ค่อนข้างสูงทั้งเขตเมือง 90 กม./ชม. นอกเมือง 120 กม.ต่อชม ซึ่งทั้งสองอย่างใข้ความเร็วเกินกว่าที่ กฎหมายกำหนด การรับรู้ต่อการจำกัดความเร็วในเมือง 96 % ไม่รู้ว่าต้องขับขี่ 80 กม./ชม. นอกเมือง 79 % ไม่รู้ ด้านทัศนคติต่อการขับขี่รถเร็ว “การขับรถเร็ว” ไม่น่าจะอันตราย หากเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น ดังนั้น จังหวัดที่มีอุบัติเหตุสูงสุด คือ พังงา 48% นครศรีธรรมราช 43 % สตูล 39% สงขลา 37% ระนอง 35% ค่าเฉลี่ย 35%
      
       พฤติกรรมการสวมหมวกนิรภัย พบว่า ผู้ขับขี่กับผู้ซ้อนท้าย ในด้านผู้ขับขี่มีการสวมหมวก 60% ไม่สวมหมวกนิรภัย 40% สถิติจังหวัดของภาคใต้ที่มีผู้ขับขี่จักรยานยนต์สวมหมวกนิรภัยสูงสุด ได้แก่ ภูเก็ต 77% สุราษฎร์ธานี 68% สตูล 65% นครศรีธรรมราช 61% ระนอง 60% ขณะที่ผู้ขับขี่จักรยานยนต์ที่ไม่สวมหมวกนิรภัยต่ำสุด ได้แก่ พังงา48% กระบี่ และตรัง 56% ชุมพร 57% สงขลา 58% ด้านผู้โดยสารซ้อนท้ายจักรยานยนต์สวมหมวกนิรภัยสูงสุด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี 41% นครศรีธรรมราช ภูเก็ต 27% พังงา 26% ระนอง 25% สวมหมวกต่ำสุด สตูล และกระบี่ 21% ตรัง ชุมพร พัทลุง 22% เข้าใจว่า ซ้อนท้ายไม่สวมหมวกนิรภัยไม่มีความผิด ภูเก็ต 49% สตูล 46% กระบี่ 35% ตรัง 33% ระนอง 31%
      
       จังหวัดที่มีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน สูงที่สุด ได้แก่ พัทลุง ชุมพร กระบี่ พังงา ตรัง ระนอง การบาดเจ็บของผู้ใช้รถจักรยานยนต์ สถิติสูงสุด 3 ปีซ้อน 2551-2552
ขอบคุณข่าวจาก
ASTVผู้จัดการออนไลน์